วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วันพฤหัสบดี่ ที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์ 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 16
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากสอบปลายภาค





วันพฤหัสบดี่ ที่ 13 เดือนกุมภาพันธ์ 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 15
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

การเรียนการสอน

อาจารย์สอนเรื่อง เด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ (LD) ส่วนใหญ่มักมีปัญหาทางการเรียน ดังนี้
  • การดูแลให้ความช่วยเหลือ
  • การสร้างแรงทางบวก
  • รู้จักลักษณะของเด็กที่เป็นสัญญาณเตือน
  • งานแผนการจัดนำแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็ก
  • สังเกตติดตามความสามารถ และการมีส่วนร่วมในชั้น
  • IEP
การรักษาด้วยยา
  • Ritalin มีใช้ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่
  • Dexedrine ใช้ในต่างประเทศ
  • Cylert   ใช้ในต่างประเทศ
หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ
·       สำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ (สคส)
·       โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์
·       ศูนย์การศึกษาพิเศษ (Early Intervention)
·       โรงเรียนเฉพาะความพิการ
·       สถาบันราชานุกูล

วันพฤหัสบดี่ ที่ 6 เดือนกุมภาพันธ์ 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 14
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************


 ไม่มีการเรียนการสอน  เนื่องจากอาจารย์ผู้สอนไปศึกษาดูงาน



วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

วันพฤหัสบดี่ ที่ 30 เดือนมกราคม 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 13
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************



การเรียนการสอน

เรื่อง การดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
 1. เด็กกลุ่ม (Down’s syndrome) สรุปเนื้อหาได้ดังนี้
·         รักษาตามอาการ
·         แก้ไขความผิดปกติที่พบร่วมด้วย
·         ให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน และใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับตนปกติมากที่สุด
·         เน้นการดูแลแบบองค์รวม ( holistic approach)
            
การดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กดาวน์ซินโดรม ดังนี้
 1. ด้านสุขภาพอนามัย
 - บิดามารดาพาบุตรไปพบแพทย์ ตั้งแต่เริ่มแรก ติดตามการรักษาเป็นระยะๆ
 2. การส่งเสริมพัฒนาการ
  - เด็กกลุ่มอาการดาวน์สามารถพัฒนาได้ ถ้าได้รับการฝึกสอนที่เหมาะสม
 3. การดำรงชีวิตประจำวัน
   - ฝึกให้ช่วยเหลือตนเอง
 4. การฟื้นฟูสมรรถภาพ
 ทางการแพทย์   การฝึกพูด กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
 ทางการศึกษา   แผนการศึกษาเฉพาะบุคคล IEP
 ทางสังคม     การฝึกทักษะการดำรงชีวิต 
 ทางอาชีพ  โดยการฝึกอาชีพ

 การเลี้ยงดูในช่วง 3 เดือนแรก
·          การปฏิบัติของบิดา มารดา ยอมรับความจริง
·          เด็กกลุ่มอาการดาวน์มีพัฒนาการเป็นขั้น  เช่นเดียวกับเด็กทั่วไป
·          ให้ความรักและความอบอุ่น
·          การตรวจภายใน มะเร้งปากมดลูก เต้านม
·          การคุมกำเนิด การทำหมัน การสอนเพศศึกษา ตรวจโรคหัวใจ
 การดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก ดังนี้
·          ส่งเสริมความเข้มแข้งครอบครัว  การสอนเพศศึกษาและการตรวจโรคหัวใจ
·          ส่งเสริมความสามารถของเด็ก มีบทบาทสำคัญที่สุด
·          การสื่อความหมายทดแทน (ACC)  ส่งเสริมความสามารถของเด็ก ให้ได้เล่นของเล่นที่หลากหลาย และทำกิจกรรมที่หลากหลาย
·          ศิลปกรรมบำบัด (Art Therapy) ปรับพฤติกรรม ฝึกทักษะทางสังคม ให้รงเสริม
·          ตนตรีบำบัด    การฝึกพูด การสื่อความหมายทดแทน (ACC)
·          การฝังเข็ม การฝึกพูด การมีสมาธิ การฟัง การทำตามคำสั่ง
·          การบำบัดด้วยสัตว์ การรักษาด้วยยา Methylphnidate (Ritlin)ช่วยลดอาการไม่นิ่ง/ชนหุนหันพลันแล่น/ขาดสมาธิ  

 สะท้อนการเรียน
      ทำให้เรารู้ว่าเด็กมีอาการอย่างไร จะสามารถช่วยเหลือหรือบำบัดเด็กได้ได้อย่างไร เพื่อทันท่วงทีเวลาเราได้ลงมือปฏิบัติจริงในการเรียนการสอน ทำให้ได้รับองค์ความรู้ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในรายวิชาอื่นๆและนำมาปรับใช้ในการเรียนการสอนในอนาคตต่อไป

วันพฤหัสบดี่ ที่ 23 เดือนมกราคม 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 12
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.

**************************************************************************

การเรียนการสอน

เด็ก Austitim  หมายถึง  เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โรคนี้เป็นความผิดปกติในสมองซึ่งมีอาการแสดงและความผิดปกติได้หลายรูปแบบ เด็กจะไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น การพัฒนาด้านภาษาและสติปัญญาก็ไม่สมบูรณ์ ทำให้เด็กไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างและสังคม เด็กทำบางสิ่งซ้ำๆ

Autism คือ  โรค Autism เป็นความผิดปกติในสมอง เด็กที่เป็นจะมีปัญหาเรื่อง การสื่อสาร ความสัมพันธ์ กับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม เด็กบางคนสามารถสื่อสารกับผู้อื่นและก็มีความฉลาด แต่เด็กบางคนเป็นเด็กปัญญาอ่อน ไม่พูด เด็กบางคนก็มีพฤติกรมทำซ้ำซาก จะเห็นว่าเด็กแต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน ความรุนแรงไม่เท่ากัน แต่จะมีปัญหาทางสังคม การสื่อสาร พฤติกรรม กล้ามเนื้อและความรู้สึก

สาเหตุของ Autism
สมองของคนเราเริ่มสร้างและพัฒนาตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนกระทั่งเกิด โดยแต่ละส่วนของสมองจะมีเซลล์ประสาทneuron ที่ทำหน้าที่พิเศษไปฝังตัว หลังจากนั้นเซลล์เหล่านี้จะแบ่งตัวมากขึ้น และมีใยประสาท fibers เป็นตัวเชื่อมเซลล์ประสาท สมองจะสั่งงานโดยการหลังสาร neurotransmitters ที่รอยต่อของเซลล์ประสาท

เด็กที่เป็น Autismจะมีลักษณะอาการดังนี้

อาการทางสังคม
เมื่อยังเป็นเด็กจะมีการพัฒนาพฤติกรรมปกติกล่าวคือเด็กจะจ้องมองหน้าและตา หันไปตามเสียงหรือแสง จับนิ้วมือ ยิ้ม เด็กที่เป็น autism จะไม่สบตาพ่อแม่มักจะชอบอยู่คนเดียว เด็กไม่ชอบการกอดรัด เด็กจะเหมือนหุ่นไม่แสดงออกถึงความรัก ความโกรธ ไม่ร้องไห้เมื่อแม่ออกนอกห้อง ไม่ดีใจเมื่อแม่กลับเข้ามา เด็กจะมีปัญหาการเรียนรู้ เด็กจะไม่รู้ความหมายของการยิ้ม ไม่เข้าใจภาษาทางร่างกาย

ปัญหาด้านภาษา
เด็กปกติแรกคลอกจะมีการพูดแบบเด็กๆคืออ้อแอ้ไม่เป็นภาษา เมื่อโตขึ้นก็จะหัดพูดเป็นคำๆ  หันหน้าไปตามเสียงเรียกชื่อ ชี้สิ่งที่ตัวเองต้องการ เมื่อโตขึ้นเด็กก็จะพูดประโยคสั้นๆได้ ทำตามคำสั่งง่ายๆได้

พฤติกรมที่ทำซ้ำๆ
 1.เด็ก autism จะมีร่างกายปกติแต่มักจะมีพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆทำให้ไม่สามารถเล่นกับเด็กคนอื่น
 2.เด็กอาจจะนั่งเคาะโต๊ะ หรือโบกมืออยู่เป็นชั่วโมง
 3.เด็กนั่งโยกหน้าโยกหลังเป็นเวลานาน
 4.เด็กอาจจะมีพฤติกรรมที่ซ้ำๆ เช่นวิ่งเข้าห้องนี้ไปห้องโน้น
 5.เด็กอาจจะคว้ามือคนอื่นให้ดูนาฬิกาตัวเองอยู่ตลอดเวลา หรืออาจะเอาอุจาระออกจากห้องน้ำเข้าห้องเรียน
ุ 6.เด็กจะไม่ยอมให้เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเช่น นั่งโต๊ะตัวเดียง กินอาหารเวลาเดียวกัน เด็กจะโกรธมากหากสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป เช่นตำแหน่งของช้อน เก้าอี้ รูปภาพ

ปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้
เด็ก autism จะมีปัญหาเรื่องการรับรู้จากสัมผัสทั้ง 5ทำให้เด็กสับสน เด็กอาจจะรู้สึกเจ็บปวดเมื่อต้องสัมผัสบางอย่างเช่น รูป  รส กลิ่น เสียง

ความสามารถพิเศษ
  • เด็ก autism บางคนมีความสามารถพิเศษหลายอย่างเช่น การวาดรูป ความจำ การเล่นดนตรี การอ่าoหนังสือมากกว่าการพัฒนาของเด็กปกติ
  • การที่จะรู้ว่าเด็กมีพฤติกรรมผิดปกติต้องรู้พฤติกรรมปกติของเด็ก

วันพฤหัสบดี่ ที่ 16 เดือนมกราคม 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 11
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************


หมายเหตุ  ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองทำให้
นักศึกษาหลายๆคนมีปัญหาเรื่องการเดินทาง จึงไม่สามารถมีการเรียนการสอนได้ตามปกติ




อาจารย์ได้มอบหมายงานให้ดังนี้
          *ให้ทั้ง3กลุ่มเตรียมสรุปงานวิจัยที่หามาใส่กระดาษA4 ตามหัวข้อนี้นะครับ (ส่งภายในวันที่ 19 ก.พ.)
1.ชื่องานวิจัย/ชื่อผู้วิจัย/มหาวิทยาลัย
2.ความสำคัญและความเป็นมาของงานวิจัย
3.วัตถุประสงค์ของการวิจัย
4.ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
5.นิยามศัพท์เฉพาะ
6.ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
7.เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
8.การดำเนินการวิจัย
9.สรุปผลการวิจัย
10.ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่องานวิจัยชิ้นนี้

วันพฤหัสบดี่ ที่ 9 เดือนมกราคม 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 10
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************


การเรียนการสอน

อาจารย์ให้นักศึกษานำเสนองานกลุ่ม ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ ดังนี้

        กลุ่มที่ 1 นำเสนองานเรื่อง ภาวะการเรียนบกพร่อง (LD)  
        กลุ่มที่ 2 นำเสนองานเรื่องเด็กพิการทางสมอง  (CP)
        กลุ่มที่ 3 นำเสนองานเรื่องเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (สมาธิสั้น)
        กลุ่มที่ 4 นำเสนองานเรื่องดาว์นซินโดรม 


วันพฤหัสบดี่ ที่ 2 เดือนมกราคม 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 9
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

วันพฤหัสบดี่ ที่ 26 เดือนธันวาคม 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 8
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

วันพฤหัสบดี่ ที่ 19 เดือนธันวาคม 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 7
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดี่ ที่ 12 เดือนธันวาคม 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 6
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดี่ ที่ 5 เดือนธันวาคม 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดี่ ที่ 28 เดือนพฤศจิกายน 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 4
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
**************************************************************************

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดี่ ที่ 21 เดือนพฤศจิกายน 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 3
วิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี เวลา 15.00-17.30น.
***********************************************************

การเรียนการสอน
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

เด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ หมายถึง ผู้ที่มีอวัยวะไม่สมส่วน อวัยวะส่วนใด ส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนหายไป กระดูกกล้ามเนื้อพิการ เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรงหรือเฉียบพลัน มีความพิการทางระบบประสาทสมอง มีความลำบากในการเคลื่อนไหวจนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่าเรียน และทำกิจกรรมของเด็ก จำแนกได้ดังนี้ 
 อาการบกพร่องทางร่างกาย ที่มักพบบ่อย ได้แก่ 
1.ซีพี หรือ ซีรีรัล พัลซี (C.P. : Cerbral Passey)หมายถึง การเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการหรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด อันเนื่องมาจากการขาดอากาศ ออกซิเจน ฯ เด็กซีพี มีความบกพร่องที่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของสมองแตกต่างกัน ที่พบส่วนใหญ่ คือ 
  • อัมพาตเกร็งของแขนขา หรือครึ่งซีก (Spastic) 
  • อัมพาตของลีลาการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Athetoid) จะควบคุมการเคลื่อนไหวและบังคับไปในทิศทางที่ต้องการไม่ได้ 
  • อัมพาตสูญเสียการทรงตัว (Ataxia) การประสานงานของอวัยวะไม่ดีอัมพาตตึงแข็ง (Rigid) การเคลื่อนไหวแข็งช้า ร่างการมีการสั่นกระตุกอย่างบังคับไม่ได้
  • อัมพาตแบบผสม (Mixed)
 2.กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscular Distrophy)

 
  •  เกิดจากประสาทสมองที่ควบคุมส่วนของกล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ เสื่อมสลายตัว โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้กล้ามเนื้อแขนขาจะค่อย ๆ อ่อนกำลัง เด็กจะเดินหกล้มบ่อย



3.โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ (Orthopedic)

ที่พบบ่อย ได้แก่
 1.ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด เช่น เท้าปุก (Club Foot) กระดูกข้อสะโพกเคลื่อน อัมพาตครึ่งท่อนเนื่องจากกระดูกไขสันหลังส่วนล่างไม่ติด

2.ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ (Infection) เช่น วัณโรค กระดูกหลังโกง กระดูกผุ เป็นแผลเรื้อรังมีหนอง

3.กระดูกหักข้อเคลื่อนข้ออักเสบมีความพิการเนื่องจากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

4.โปลิโอ (Poliomyelitis) เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งเข้าสู่ร่างกายทางปาก แล้วไปเจริญต่อมน้ำเหลืองในลำคอ ลำไส้เล็ก และเข้าสู่กระแสเลือดจนถึงระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อเซลล์ประสาทบังคับกล้ามเนื้อถูกทำลาย แขนหรือขาจะไม่มีกำลังในการเคลื่อนไหว

5.แขนขาด้วนแต่กำเนิด (Limb Deficiency) รวมถึงเด็กที่เกิดมาด้วยลักษณะของอวัยวะที่มีความเจริญเติบโตผิดปกติ เช่น นิ้วมือติดกัน 3-4 นิ้ว มีแค่แขนท่อนบนต่อกับนิ้วมือ ไม่มีข้อศอก หรือเด็กที่แขนขาด้วนเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ และการเกิดอันตรายในวัยเด็ก

6.โรคกระดูกอ่อน (Osteogenesis Imperfeta) เป็นผลทำให้เด็กไม่เจริญเติบโตสมวัย ตัวเตี้ย มีลักษณะของกระดูกผิดปกติ กระดูกยาวบิดเบี้ยวเห็นได้ชุดจากระดูกหน้าแข็ง

  • ความบกพร่องทางสุขภาพ ที่มักพบบ่อย ได้แก่  

1.โรคลมชัก (Epilepsy)เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องมาจากความผิดปกติของระบบสมองที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ลมบ้าหมู (Grand Mal)การชักในช่วยเวลาสั้น ๆ (Petit Mal)
  • การชักแบบรุนแรง (Grand Mal)
  • อาการชักแบบพาร์ชัล คอมเพล็กซ์ (Partial Complex)
  • อาการไม่รู้สึกตัว (Focal Partial)

2.โรคระบบทางเดินหายใจโดยมีอาการเรื้อรังของโรคปอด (Asthma) เช่น หอบหืด วัณโรค ปอดบวม

 3.โรคเบาหวานในเด็ก เกิดจากร่างกายไม่สามารถใช้กลูโคสได้อย่างปกติ เพราะขาดอินชูลิน

4. โรคข้ออักเสบรูมาตอย มีอาการปวดตามข้อเข่า ข้อเท้า ข้อศอก ข้อนิ้วมือ

5.โรคศีรษะโต เนื่องมาจากน้ำคั่งในสมอง ส่วนมากเป็นมาแต่กำเนิด ถ้าได้รับการวินิจฉัยโรคเร็วและรับการรักษาอย่างถูกต้องสภาพความพิการจะไม่รุนแรง เด็กสามารถปรับสภาพได้และมีพื้นฐานทางสมรรถภาพดีเช่นเด็กปกติ


6.โรคหัวใจ (Cardiac Conditions) ส่วนมากเป็นตั้งแต่กำเนิด เด็กจะตัวเล็กเติบโตไม่สมอายุ ซีดเซียว เหนื่อยหอบง่าย อ่อนเพลีย ไม่แข็งแรงตั้งแต่กำเนิด

7.โรคมะเร็ง (Cancer) ส่วนมากเป็นมะเร็งเม็ดโลหิต และเนื้องอกในดวงตา สมอง กระตูก และไต

8.บาดเจ็บแล้วเลือดไหลไม่หยุด (Hemophilia)



  • เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการพูดและภาษา

เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการพูดทั้งในเรื่องการเข้าใจภาษาที่คนอื่นพูดและพูดให้คนอื่นเข้าใจ เป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งต่อการรับรู้และเรียนรู้พัฒนาทักษะทุกๆ ด้าน
  • ความบกพร่องทางการพูดและภาษาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1.กลุ่มที่พัฒนาภาษาและการพูดล่าช้าหรือไม่สมวัย ได้แก่
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
  • เด็กสมองพิการ
  • เด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์
  • เด็กเชาว์ปัญญาต่ำ
  • เด็กที่ขาดกรกระตุ้นการพัฒนาภาษาและการพูดจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อม
2.กลุ่มเด็กอะเฟเซีย ( aphasis )  เป็นส่วนอาการที่แสดงถึงความบกพร่องทางภาษา อันเกิดจากสมาธิสภาพของสมองส่วนที่ควบคุมภาษาทำให้มีปัญหาทางภาษาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ 
  • อะเฟเซียชนิดมีปัญหาทางด้านการรับรู้ทางภาษาเป็นปัญหานำ
  • อะเฟเซียชนิดมีปัญหาทางด้านการแสดงออกทางภาษาเป็นปัญหานำ
  • อะเฟเซียชนิดมีปัญหาในการนึกคำพูด
  • อะเฟเซียชนิดมีปัญหาทางด้านการรับรู้ทางภาษาและการแสดงออกทางภาษา


สิ่งที่ได้จากการเรียนการสอน


               

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดี่ ที่ 14 เดือนพฤศจิกายน 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 2
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
************************************************************************

การเรียนการสอน

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with Special Needs)
  • ทางการแพทย์ มักจะเรียกเด็กที่มีความต้องการพิเศษเหล่านี้ว่า เด็กพิการ ดังนั้นเด็กที่มีความต้องการพิเศษจึงหมายถึง ผู้ที่มีความผิดปกติ ผู้ที่มีความบกพร่อง หรือ ผู้ที่มีการสูญเสียสมรรถภาพอาจเป็นความผิดปกติ ความบกพร่องทางกายหรือการสูญเสียสมรรถภาพเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการดำ เนินชีวิตของเขาทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ดีเท่ากับคนปกติ แต่หากมีการ แก้ไขอวัยวะที่บกพร่องไปให้สามารถให้งานได้ดังเดิมแล้ว สภาพความบกพร่อง อาจหมดไปทางการศึกษา ให้ความหมายเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่า หมายถึงเด็กที่มี ความต้องการ
  • ทางการศึกษาเฉพาะของตัวเอง ซึ่งจำเป็นต้องจัดการคือศึกษาให้ ต่างไปจากเด็กปกติทางด้านเนื้อหา หลักสูตรกระบวนการที่ใช้และการประเมินผล




ประเภทของเด็กพิเศษ


  1. กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูง หรือเป็นเลิศทางปัญญา กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และพัฒนาตนเองได้เพราะเป็นผู้มีความสามารถทางสติปัญญา หรือความถนัดเฉพาะทาง เมื่อทำการทดสอบระดับสติปัญญา จะพบระดับสติปัญญาสูงกว่า 120 ขึ้นไป
  2. กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง ด้วยความสามารถ กลุ่มนี้จำแนกได้ 9 ประเภทคือ
  •   เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 


ด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 

ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาที่พอสังเกตได้ดังนี้
  1. พัฒนาการทางร่างกาย ภาษา อารมณ์ และสังคม เช่น การชันคอ
  2. ไม่พูด หรือพูดได้ไม่สมวัย
  3. ช่วงความไม่สนใจสั้น วอกแวก
  4. ขาดความสนใจในสิ่งที่เฉพาะเจาะจง
  5. ความคิด และอารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย
  6. อดทน ต่อการรอคอยน้อย
  7. ทำอะไรรุนแรง ไม่มีเหตุผล ไม่ถูกกาลเทศะ
  8. ความเข้าใจจากการฟังดีกว่าการอ่าน
  9. การจำตัวอักษร หรือข้อความน้อยกว่าวัย
  10. มักมีปัญหาทางการพูด
  11. อวัยวะบางส่วนมีรูปร่างผิดปกติ
  12. กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน
  13. ไม่สามารถช่วยตนเองได้ เมื่อเปรียบเทียบกับวัยเดียวกัน
  14. ชอบเล่นกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า


  • ด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน


เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
  1. ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่พอสังเกตได้ ดังนี้
  2. ไม่ตอบสนองเมื่อเรียก
  3. มักตะแคงหูฟัง
  4. ไม่พูด มักแสดงท่าทาง
  5. พูดไม่ชัด เสียงผิดปกติ
  6. พูดไม่ถูกหลักไวยากรณ์
  7. พูดด้วยเสียงแปลก มักเปล่งเสียงสูง
  8. พูดด้วยเสียงต่ำหรือด้วยเสียงที่ดังเกินความจำเป็น
  9. เวลาฟังมักจะมองปากของผู้พูด หรือจ้องหน้าผู้พูด
  10. รู้สึกไวต่อการสั่นสะเทือน และการเคลื่อนไหวรอบตัว
  11. ไม่มีปฏิกิริยาต่อเสียงดัง เสียงพูด เสียงดนตรี หรือมีบ้างเป็นบางครั้ง
  12. ไม่ชอบร้องเพลงไม่ชอบฟังนิทานแต่แสดงการตอบสนองอย่างสม่ำเสมอ ต่อเสียงดังในระดับที่เด็กได้ยิน
  13. มักทำหน้าที่เด๋อเมื่อมีการพูดด้วย
  14. ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้





  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น



ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นที่พอสังเกตได้ มีดังนี้
  1. เดินงุ่มง่าม ชนและสะดุดวัตถุ
  2. ไม่สนใจในสิ่งที่ต้องการใช้สายตา เช่นการเล่นช่อนหา
  3. มองเห็นสีผิดไปจากปกติ
  4. มักบ่นว่าปวดศีรษะ คลื่นไส้ ตาลาย คันตา
  5. ก้มศีรษะชิดกับงาน หรือของเล่นที่วางอยู่ตรงหน้า
  6. ขาดความสนใจ เหม่อลอย
  7. เพ่งตา หรี่ตา หรือปิดตาข้างหนึ่ง เมื่อใช้สายตา
  8. ตาและมือไม่สัมพันธ์กัน
  9. ลำบากในเรื่องการใช้บันได ใส่กระดุม ผูกเชือกรองเท้า อ่านและเขียนหนังสือ
  10. มีความลำบากในการจำ และแยกแยะสิ่งที่เป็นรูปร่างทางเรขาคณิต



สิ่งที่ได้จากการเรียนการสอน
  • ชีวิตของเด็กที่มีความต้องการพิเศษจะได้รับผลกระทบจากลักษณะความบกพร่องของตนเอง ครอบครัว สังคม และการช่วยเหลือดูแลที่ได้รับ สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่คนรอบข้างควรรับรู้คือ ระดับความต้องการความช่วยเหลือของเด็กคนหนึ่งอาจเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติได้ในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สำคัญของชีวิต เช่น การเข้าโรงเรียน หรือการเข้าสู่วัยรุ่น



วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดี่ ที่ 7 เดือนพฤศจิกายน 2556

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 1
วิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 
กลุ่มเรียน 102 วันพฤหัสบดี  เวลา 15.00 - 17.30 น.
*****************************************************

การเรียนการสอน
  1. วันแรกของการเปิดเรียนอาจารย์ได้แนะแนวการเรียนการสอน(Course Syllabus)
  2. สร้างข้อตกลงในชั้นเรียน และอธิบายเกณฑ์การให้คะแนน
  3. อาจารย์มอบหมายงานให้ทำ Mind mapping ความรู้เดิมที่มีเกี่ยวกับความหมายของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ



สิ่งที่ได้จากการเรียนการสอน

  • เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หมายถึง เด็กกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษมากกว่าเด็กทั่วๆไป ทั้งในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน  การเรียนรู้และการเข้าสังคม ดังนั้นเด็กจึงควรได้รับการดูแลเพิ่มเติมด้วยวิธีการที่พิเศษ ซึ่งต่างไปจากวิธีการตามปกติ เพื่อให้พวกเค้าสามารถพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม รวมทั้งได้รับการยอมรับและ ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 



ภาพกิจกรรมการเรียน

ใบเช็คการเข้าเรียน

 Mind mapping